|
1. จะนำพันธุ์มาปลูกจากที่ไหน ? ตอบ ทางเรามีต้นพันธุ์จำหน่ายให้ครับจำหน่ายอยู่ที่ราคาต้นละ 39 บาท โดยสายพันธุ์ของเราเป็นพันธุ์ที่คัดมาเป็นพิเศษ จากต้นแม่ที่เป็นพันธุ์ก้านแดงแท้ ลำต้นใหญ่สวยตรง ไม่งอ ไม่มีข้อ ไม่มีแขนง ไม่มีตา เติบโตเร็ว ลำต้นมีลักษณะเป็นลำใหญ่ขนาดเกือบเท่ากันทั้งลำต้น จึงมั่นใจได้ในเรื่องอัตราการเติบโต และความสวยของต้น ลักษณะของเนื้อไม้จะมีลักษณะคล้ายไม้สัก เป็นที่ต้องการของตลาด และที่สำคัญปลวกมอดไม่กิน โดยปกติไม้อายุ 5 ปี ที่ได้รับการดูแลอย่างดี สามารถเติบโตได้สูงสุดถึงเส้นรอบวง 170cm ครับ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 120-160 cm
2. ปลูกแล้วจะขายที่ไหน ? ตอบ หากซื้อต้นกล้าจากเรา ทางเรายินดีทำสัญญารับซื้อไม้กลับทุกต้น ตลาดไม้ในปัจจุบัน ไม้แปรรูปกำลังอยู่ในสภาวะขาดตลาดอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีคนซื้อ เพราะตอนนี้แม้แต่ต้นมะพร้าวเราก็ยังเอามาแปรรูปกันแล้วครับ ที่สำคัญถ้าทำสัญญา ทางเราจะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ปลูก เพื่อช่วยดูแลให้ต้นตะกูที่ปลูกได้ขนาดตามที่ทางเราต้องการครับ และหลังจากที่เราตัดไม้ที่ 5 ปีแล้ว ทางเราจะมีต้นกล้าชุดใหม่ให้ลงปลูกฟรี โดยไม่คิดเงินเพิ่มเติมพร้อมไปส่งให้ถึงที่ครับ
3. ถ้าไม่ได้ซื้อต้นกล้าจากทาง ตะกูไทยดอทคอม จะสามารถทำสัญญาประกันราคากับทาง ตะกูไทยดอทคอม ได้หรือไม่ ? ตอบ สามารถทำสัญญากับทางเราได้ครับ เพราะจุดประสงค์หลักของทางเราคือต้องการรับซื้อไม้ครับ แต่ทางเราต้องขอเก็บค่าทำสัญญา ต้นละ 5 บาท เพราะหลังจากทำสัญญาแล้ว ทางเราก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้ตลอด 5 ปี เช่นเดียวกับผู้ที่ซื้อต้นกล้าจากทางเรา และหลังจากที่เราตัดไม้ที่ 5 ปีแล้ว ทางเราจะมีต้นกล้าชุดใหม่แจกให้ฟรีเท่ากับจำนวนที่ทำสัญญากันไว้ตอนแรกด้วยครับ
4. ระยะเวลาจาก ปัจจุบันถึง 5 ปีข้างหน้า ราคาขายจะคิดอย่างไร ? ตอบ ราคาที่เรารับซื้อคืนต้นตะกูอายุ 5 ปีขึ้นไป จะยืดถือตามสัญญาเป็นหลักครับ หลังจากที่ตัดไม้อายุ 5 ปีไปแล้ว ในการปลูกครั้งต่อไป ถ้าราคาไม้มีการปรับตัวขึ้นหรือลง จะตกลงกันที่สัญญาชุดใหม่ครับ
5. มีการประกันความเสี่ยงอย่างไร ? ตอบ การลงทุนทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยงครับ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องพิจารณาเลือกการลงทุนที่ มีความเสี่ยงของการลงทุน , ระยะเวลาการลงทุน และผลตอบแทน อยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้ครับ และที่สำคัญเราสามารถควบคุมความเสี่ยงนั้น ๆ ได้หรือไม่ การปลูกต้นตะกูก็มีความเสี่ยงครับ แต่ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่การไม่มีตลาดรองรับหรือไม่มีคนจะซื้อไม้ตะกู ความเสี่ยงของการปลูกต้นตะกูจะอยู่ที่การเลี้ยงดูต้นตะกูให้เขาเติบโตโดยสมบูรณ์จนครบ 5 ปีได้หรือไม่ และที่สำคัญคือสายพันธุ์ที่ปลูกเป็นสายพันธุ์ที่ได้คุณภาพ และขายได้ราคาหรือเปล่า
ไม้ตะกูถึงจะเป็นไม้ที่โตเร็ว แข็งแรงสามารถเติบโตได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าเราจะปลูกในเชิงเศรษฐกิจเราก็ต้องมีการดูแลต้นตะกูอยู่ตลอดครับ ในช่วง 3-5 เดือนแรก เราต้องให้ต้นตะกูได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง พอพ้นจาก 5 เดือนไปแล้ว เขาจะสามารถหาอาหารกินเองได้ แต่ทางเราก็ยังแนะนำว่าสมควรดูแลเรื่องน้ำต่อไปครับ เพื่อให้ต้นไม้ ได้ขนาดที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ การใส่ปุ๋ยบำรุงต้องใส่ปีละ 2 ครั้ง และในช่วงแรกที่นำต้นกล้าลงดินต้องระวังเรื่องสัตว์ใหญ่ที่จะมาทำลายต้นตะกู โดยใบของต้นตะกูจะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์ใหญ่ครับ แต่เนื่องจากตะกูเป็นไม้โตเร็ว เพียงไม่กี่เดือนลำต้นเขาก็จะสูงจนสัตว์ใหญ่ไม่สามารถรบกวนได้แล้วครับ โรคและแมลงที่ร้ายแรงสำหรับต้นตะกู จากแปลงที่ปลูกมาในประเทศไทยยังไม่พบครับ ถ้าปลูก 5 ไร่ขึ้นไป ทางทีมของเราจะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้คำแนะนำ ตั้งแต่ช่วงเตรียมดินปรับพื้นที่ และในช่วงนำต้นกล้าลงดินครับ และหลังจากนั้นทางเราจะไปดูแลตลอดเฉลี่ยปีละ 2 ครั้งครับ เพื่อควบคุมคุณภาพให้ต้นตะกูได้ขนาดตามที่เราต้องการ (แต่ถ้าปลูกไม่ถึง 5 ไร่และต้องการให้เราไปแนะนำก็อาจต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันสักเล็กน้อยครับ)
6. มีสินเชื่อลงทุนหรือไม่ อย่างไร ? ตอบ ในเบื้องต้นถ้าเป็นสมาชิก ธกส. อยู่แล้วและไม่มีหนึ้ค้างเก่ากับ ธกส. สามารถทำเรื่องกู้กับ ธกส. ได้ และใช้เวลาพิจารณาไม่กี่วัน เพราะต้นตะกูถูกจัดเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจประเภทไม้ยืนต้นอยู่ลำดับที่ 21 จากทั้งหมด 60 ชนิด(เรียงตามตัวอักษร) แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิก ธกส. อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการนานนิดนึงครับ ซึ่งถ้าผู้ปลูกสนใจจะกู้กับทาง ธกส. ทางเรามีเอกสารสำหรับยื่นกับทาง ธกส. เตรียมไว้ให้ครับ
7. ข้อเสียของต้นตะกูมีอะไรบ้าง ? เห็นมีแต่คนพูดถึงแต่ข้อดีของต้นตะกู ตอบ ต้นตะกูเป็นไม้ที่ชอบน้ำ ถ้าคิดจะปลูกอย่างจริงจัง หรือเพื่อทำเป็นอาชีพ ผมแนะนำให้วางระบบน้ำหยด หรือ สปริงเกอร์ หรือถ้าเรามีเวลา หรือมีการจ้างคนงานไว้อยู่แล้ว ก็อาจจะรดเองก็ได้ครับ โดยเฉพาะช่วง 3-5 เดือนแรก ต้องรดน้ำเช้าเย็นทุกวัน ต้นตะกูในประเทศไทยยังไม่พบปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวน ใบตะกูอาจโดนพวกหนอนแมลงทำลายบ้าง แต่ยังไม่พบว่าสร้างความเสียหายร้ายแรงแต่อย่างใดเพราะใบต้นตะกูจะใหญ่และเกิดใหม่ไวมาก การปลูกต้นตะกูในช่วงแรกต้องระวังเรื่องสัตว์กินพืชและสัตว์ใหญ่ต่างๆรบกวน เช่น วัว แพะ แกะ เพราะใบตะกูเป็นที่โปรดปรานของสัตว์กินพืช และควรระวังสุนัขจะสร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ได้ ต้นตะกูอาจจะตายได้ถ้ามีน้ำท่วมขังในขณะที่ต้นตะกูอายุไม่ถึง 4 เดือน ต้นตะกูเป็นพืชเมืองร้อนไม่ชอบอากาศหนาวจัด ต้นตะกูจะเหี่ยวและตายที่อุณหภูมิ ศูนย์ถึงลบหนึ่งองศาเซลเซียส (ข้อมูลวิจัยจากต่างประเทศ)
การปลูกต้นฝนเป็นสิ่งที่ดีเพราะอากาศจะเย็นและดินจะชุ่มชื้น แต่ถ้าลงปลูกในช่วงที่ฝนตกหนัก เม็ดฝนอาจสร้างความเสียหายให้กับต้นกล้าตะกูได้ เพราะฉะนั้นจึงควรลงปลูกก่อนจะเข้าฝนสักเล็กน้อยเพื่อให้ตะกูตั้งต้นได้ก่อนจะเข้าช่วงฝน
ต้นตะกูนั้น ถึงแม้ประเทศจีนจะเรียกว่า "ต้นไม้มหัศจรรย์" แต่ก็ไม่ใช้ต้นไม้วิเศษ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะทำเป็นอาชีพ ต้องมีการดูแลและวางแผนเรื่องน้ำอย่างจริงจัง ถ้าในพื้นที่ไหนไม่มีน้ำจริงๆ ผมจะไม่แนะนำให้ปลูก หรือถ้าปลูกก็ต้องมีการวางระบบน้ำหยด เพราะจะประหยัดน้ำได้เยอะ เพราะถ้าคิดจะปลูกต้นตะกู โดยลงช่วงต้นฝน และปล่อยให้เทวดาเลี้ยง 5 ปี ต้นตะกูของคุณก็จะได้แต่ความสูงอย่างเดียว และจะสูงกว่าต้นที่ได้รับการดูแลเยอะครับ แต่ในเรื่องของขนาดจะเล็กกว่ากันมาก ครบ 5 ปีก็จะไม่ได้ขนาดที่จะขายได้ ทำให้ต้องรอจนกว่าจะได้ขนาด แต่ถ้าจะขายจริงๆ ก็จะไม่ได้ราคาเพราะต้นที่ไม่ได้ขนาด เรารับซื้อเป็นน้ำหนักครับ และต้นตะกูโดยธรรมชาติเนื้อไม้จะมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เพราะฉะนั้นถ้าขายเป็นน้ำหนักอาจจะไม่ได้ราคาที่คุณพอใจ
การปลูกต้นตะกูในพื้นที่เขา จะทำให้ขายไม่ได้ราคา เพราะเวลาตัดทางเรามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่องของการนำไม้ลงมาจากเขา ซึ่งทางเราก็ต้องทำสัญญารับซื้อไม่ถึง 3,000 บาทต่อต้น ยกเว้นแต่ว่าผู้ปลูกทำการตัดและนำไม้ลงมาให้ทางเราเอง ซึ่งอาจจะได้ราคา ดีกว่า 3,000 เพราะทางเราจะประหยัดในเรื่องค่าแรงคนงานตัดไม้
ต้นตะกูไม่ชอบสารเคมี เพราะฉะนั้นการให้ปุ๋ยต้นตะกูจึงควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น เพราะปุ๋ยเคมีบางชนิดสามารถทำให้ต้นตะกูตายได้ครับ
8. ครบ 5 ปี รับต้นกล้าฟรีแล้วไม่ทำสัญญาได้หรือไม่ ? ตอบ ไม่ได้ครับ ถ้าเลือกที่จะไม่ทำสัญญาแต่ต้องการต้นกล้าของ ตะกูไทยดอทคอม ทางเราจำหน่ายอยู่ที่ต้นละ 39 บาทครับ
9. สั่งเยอะๆจะมีของพอหรือไม่ ? แล้วจะได้ของเมื่อไหร่ ? ตอบ สำหรับเมล็ดต้นกล้าที่เรามีอยู่เรามีอยู่หลายล้านเมล็ด แต่ทางเราไม่ได้เพาะออกมาทีเดียวทั้งหมด เพาะต้นกล้าตะกูต้องลงดินตั้งแต่ยังเล็ก ถ้าเราเพาะออกมาทีเดียวพร้อมกันจะมีความเสี่ยงในเรื่องการตกค้างของต้นกล้าได้ ในกรณีที่ต้นกล้ายังไม่ได้ขนาดที่สามารถลงดินได้อาจจะต้อง รอโดยวางมัดจำ 30% ไว้ก่อนเพราะของแต่ละรอบจะมีจำนวนจำกัด แต่โดยปกติจะรอครั้งหนึ่งประมาณ 1-2 เดือนครับ
10. ให้ต้นกล้าฟรีตั้งแต่ครั้งแรกเลยไม่ได้หรือ ทำไมต้องเก็บเงินก่อน 39 บาท ? ตอบ เงินทุนของเรายังไม่มากพอที่จะแจกต้นกล้าให้ฟรีตั้งแต่แรกครับ และทางเราก็มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องดูแลให้กับผู้ปลูกไปอีก 5 ปี จึงจำเป็นต้องมีการเก็บค่าใช้จ่ายในครั้งแรก แต่หลังจากตัดไม้ที่ 5 ปีทางเราจะมีต้นกล้าชุดใหม่ให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
11. ถ้ามีคนปลูกเยอะๆ ทางตะกูไทยดอทคอมจะมีเงินมารับซื้อไม้ไหวรึเปล่า ? ตอบ ทางตะกูไทยดอทคอมไม่ได้เป็นผู้รับซื้อโดยตรง แต่ว่าทางเรามีผู้ที่จะรับซื้อไม้ต่อจากทางเราที่มีการตกลงกันไว้แล้วหลายราย และการที่เรามีการ ทำสัญญากับทางผู้ปลูกนั่นหมายความว่าทางเรามีตลาดรองรับไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และถ้าเมื่อไหร่ที่โควต้าในการขายไม้ต่อของเราเต็ม เราก็ต้องหยุด การรับซื้อจากผู้ปลูกรายใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าผู้ปลูกรายไหนทำสัญญากับทางเราแล้วสามารถมั่นใจได้ว่าเรามีความสามารถในการรับซื้อแน่นอน
12. ราคา 39 บาท รวมค่าจัดส่งแล้วหรือเปล่า ? ตอบ ราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่ง เราจะคิดค่าขนส่งอยู่ที่ต้นละ 10 บาทในกรณีไม่ถึง 1,000 ต้น โดยจะส่งสินค้าทางรถไฟและบรรจุในกล่องอย่างดี ไม่มีการเสียหายจากการขนส่ง ถ้ามีการเสียหายทางเรายินดีชดเชยส่วนที่เสียหายให้ กรณีมากกว่า 1,000 ต้น เราคิดที่ต้นละ 5 บาทครับ
13. ถ้าปลูกแล้วตายทางตะกูไทยดอทคอมจะชดเชยให้หรือไม่ ? ตอบ ทางเรารับประกันต้นกล้าที่ส่งให้ 30 วันนับจากวันที่ได้รับของ ถ้ามีการตายอันเนื่องมาจากความอ่อนแอหรือไม่แข็งแรงของต้นกล้า ทางเรายินดี ชดเชยต้นกล้าให้ตามจำนวนที่ตาย ทางเราจะไม่ชดเชยให้ถ้าต้นกล้าตายหรือเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการขนส่ง หรือ ความอ่อนแอของต้นกล้า
14. ปลูกแซมกับต้นไม้อื่นได้หรือไม่ ? ตอบ ต้นตะกูเป็นพืชที่ชอบน้ำและแดดครับ ถ้าต้นไม้อื่นบังแดดในส่วนที่ต้นตะกูจะได้รับ จะทำให้ต้นตะกูโตช้า แต่ถ้าไม้อื่นที่ปลูกอยู่ยังต้นเล็กและไม่บังแดด ที่ต้นตะกูจะได้รับ ก็สามารถปลูกร่วมกันได้ แต่หลังจากที่ปลูกไปไม่กี่เดือนต้นตะกูจะโตขึ้นมาบังแดดที่ต้นไม้อื่นจะได้รับ และจะทำให้ต้นไม้นั้นๆ ไม่โตได้ ในกรณีปลูกร่วมกับต้นยูคา ก็สามารถปลูกได้แต่ไม่แนะนำ เพราะต้นยูคาเป็นพืชที่กินสารอาหารในดินและน้ำใต้ดินเก่งมาก การที่นำต้นตะกูไปปลูกร่วม กับต้นยูคาจะทำให้ต้นตะกูไม่โต หรือ โตช้ามากๆ
15. พื้นที่ข้างเคียงปลูกต้นยูคาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จะปลูกต้นตะกูได้หรือไม่ ? ตอบ สามารถปลูกได้ แต่ต้องมีการดูแลเรื่องน้ำเป็นพิเศษ และต้องมีการวางระบบน้ำให้ต้นตะกู เพราะต้นยูคาในบริเวณข้างเคียงจะดูดน้ำที่อยู่ในชั้นใต้ดิน ไปจนหมดและจะทำให้ต้นตะกูไม่สามารถหาน้ำจากชั้นใต้ดินมาเลี้ยงต้นได้ และในส่วนของสารอาหารในดินทางเราจะมีฮอร์โมนพิเศษสำหรับต้นตะกูให้ ให้ใช้ตามแบบที่เราแนะนำ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสารอาหารในดินครับ
16. พื้นที่ด้านล่างต้นตะกูสามารถปลูกต้นไม้อื่นได้หรือไม่ ? ตอบ สามารถปลูกได้ในช่วงแรกๆ แต่พอต้นตะกูโต ใบและกิ่งของต้นตะกูจะบังแดดที่บริเวณโคนต้นและจะทำให้พืชที่ปลูกที่บริเวณโคนต้นหยุดการเติบโตได้ ถ้าจะปลูกพืชอื่นเช่นพืชล้มลุกเพื่อแซมระหว่างต้นตะกู แนะนำให้ปลูกพืชที่ไม่ต้องการแสงแดงมาก หรือต้องการแสงแดดรำไร และควรปลูกต้นตะกูที่ระยะห่าง 4x4 m ในหนึ่งไร่จะได้ประมาณ 100 ต้น เพราะจะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ด้านล่างได้สะดวกขึ้น 17. ต้นตะกู กับ ต้นก้านเหลือง ใช่อันเดียวกันหรือไม่ ? ตอบ ต้นตะกู จะมีอีกชื่อที่คุ้นหูกันดีว่าต้นกระทุ่ม กระทุ่มที่รู้จักกันดีจะมีอยู่ด้วยกันสองแบบคือกระทุ่มน้ำ(ก้านเหลือง) และกระทุ่มบก(ตะกู) ลักษณะภายนอกของกระทุ่มน้ำและกระทุ่มบก จะแตกต่างกันเห็นได้อย่างชัดเจน คือกระทุ่มน้ำจะมีตาและแขนงเยอะ ต้นจะไม่เปลา ซึ่งจะแตกต่างจางต้นกระทุ่มบกที่ต้นจะเปลาตรงสวยและมีขนาดใหญ๋ ดอกของต้นตะกู และ ต้นก้านเหลือง จะมีลักษณะคล้ายกันมาก มีกลิ่นหอมเหมือนกัน และอยู่ในวงศ์เดียวกันคือ Rubiaceae
กระทุ่มน้ำ หรือ ต้นก้านเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ Nauclea orientalis (L.) L ชื่อพ้อง N.cordata Roxb.; Cephalanthus orientalis L. ชื่อสามัญ : Medicinal fatheadtree, Pincushion Tree ชื่ออื่น : กระทุ่มคลอง กระทุ่มน้ำ (กลาง,ใต้) ก้านเหลือง สะแกเหลือง(กลาง) ตุ้มคำ (เหนือ) ตุ้มดง (บุรีรัมย์,ลำปาง) ตุ้มเหลือง (แม่ฮ่องสอน) ปอขี้หมาแห้ง (บุรีรัมย์) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นใหญ่ มักคดงอ แตกกิ่งต่ำ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ เปลือกสีเทาอมดำ แตกเป็นร่องตามยาวไม่เป็นระเบียบ ตามยอดและกิ่งอ่อนมักมีขนประปราย กิ่งแก่เกลี้ยง ตามข้อแบนเล็กน้อย ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรีหรือรูปไข่ค่อนข้างกว้าง บางครั้งเกือบเป็นแผ่นกลม กว้าง 5-14 ซม. ยาว 8-25 ซม. ปลายป้านหรือมน โคนมนกว้างหรือเว้าเล็กน้อยตรงรอยต่อก้านใบ ขอบเรียบ แต่เป็นคลื่นห่างๆ แผ่นใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีจางกว่า มีขนนุ่มประปรายหรือค่อนข้างเกลี้ยง เส้นแขนงใบข้างละ 7-12 เส้น สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมเขียว มีเส้นขอบใบรางๆ ก้านใบยาว 1.5-5 ซม. สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมเขียว มีขนเล็กน้อยหรือเกลี้ยง หูใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ยาว 1-2.5 ซม. ปลายมน มีขนประปราย หูใบคู่ล่างร่วงง่าย ช่อดอก เป็นช่อกระจุกแน่น กลม ออกเดี่ยวๆ ตามปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกสีเหลืองอ่อนขนาดเล็กจำนวนมาก กลิ่นหอม แต่ละดอกแยกจากกัน เมื่อดอกบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางช่อดอก 3-5 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็กมาก โคนติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกยาว 6-9 มม. โคนติดกันคล้ายรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดอยู่ใกล้ปากหลอดกลีบดอกด้านใน รังไข่มี 2 ช่อง ยอดเกสรเพศเมียรูปไข่ ยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก ผล เล็ก รูปรี เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ผิวแห้ง มีจำนวนมาก เบียนกันแน่นบนแกนช่อผล เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 ซม. ระหว่างผลมีเยื่อบางๆ ผลจะหลุดแยกออกจากกันได้ง่าย เมล็ดเล็กมาก เขตกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคกลาง บนพื้นที่ราบต่ำจนถึงสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร ขึ้นห่างๆ ใกล้ธารน้ำใหญ่ในป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่งที่ค่อนข้างชุ่มชื้น และริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง ในต่างประเทศพบที่ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า เวียตนามตอนใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย (ชวา) ไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ ดอกและผลของต้นก้านเหลือง  ลักษณะของต้นและเนื้อไม้ของต้นก้านเหลือง  สังเกตกิ่งของต้นจะเป็นกิ่งแข็งแตกต่างกับต้นตะกู 
ดอกต้นก้านเหลืองสวยดีครับ ขอขอบคุณ คุณ Ancha ที่ทำให้เราได้ดูรูปสวยๆ กันครับ 
ต้นก้านเหลืองกำลังออกดอกเต็มต้นเลยครับ ข้อมูลอ้างอิงมาจาก สำนักงานอนุรักษณ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
|